ประเพณีเข้าพรรษาสืบเนื่องมาแต่ต้นพุทธกาลในประเทศอินเดีย เมื่อบรรดาผู้ทรงศีลนักบวชและฤาษีต่างก็ประจำที่ในช่วงฤดูฝน เป็นเวลา 3 เดือน พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็นในช่วงระยะเวลานี้ เพราะเพิ่งเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกโดยเกรงว่าจะไปเหยียบต้นกล้าโดยบังเอิญได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสมัยนิยม พระพุทธเจ้าจึงทรงออกพุทธบัญญัติให้พุทธสาวกปฏิบัติตามประเพณีปฏิบัตินี้ จึงเริ่มอยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ โดยสร้างที่พักแบบง่ายๆ ขึ้นก่อน ดังนั้นการเข้าพรรษาจึงหมายถึง วันที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาอธิษบานอยู่ประจำในวัดหรือเสาสนะที่คุ้มฝนได้แห่งหนึ่ง ไม่ไปค้างแรมในที่อื่น ตลอด 3 เดือนในฤดูฝน

     วันเข้าพรรษานี้ มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา และเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาด้วยเหตุผลดังนี้
1. พระภิกษุจะหยดจาริกไปยังสถานที่อื่นๆ แต่จะเข้าพักอยู่ประจำในวัดแห่งเดียวตามพุทธปฏิบัติ
2. การที่พระภิกษุอยู่ประจำที่นานๆ ย่อมมีโอกาสได้สงเคราะห์กุลบุตรที่ประสงค์จะอุปสมบทเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และสงเคราะห์พุทธบริษัททั่วไป
3. เป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชน งดเว้น อบายมุข และความชั่วต่างๆ เช่น การดื่มสุรา สิ่งเสพติด และเที่ยวเตร่เฮฮา เป็นต้น
4. นอกจากเป็นเทศกาลที่พุทธศาสนิกชน งดเว้น อบายมุข และความชั่วต่างๆ แล้ว ในช่วงเวลาพรรษาพุทธศาสนิกชนทั่วไป จะบำเพ็ญทาน รักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนา

     ฤดูกาลเข้าพรรษาจะยาวตลอดฤดูฝนเป็นเวลา 3 เดือนในประเทศไทย พระสงฆ์จะอธิษฐานอยู่จำพรรษาเฉพาะในวัดที่ตนเลือกเท่านั้น และจะไม่ไปค้างคืนที่อื่นจนกว่าจะออกพรรษาแล้ว

     พิธีฉลองเมื่อถึงวันเข้าพรรษาจะเริ่มด้วยการแห่งเทียนไปถวายที่วัด สถาบันต่างๆ เช่นโรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมทั้งหน่วยงานทั้งของรัฐ และเอกชนก็จะจัดขบวนแห่เทียนอย่างสวยงามไปยังวัดที่จะถวายเทียนจำพรรษานั้น

     ในวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนจะทำบุญตักบาตรเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เข้าวัดฟังเทศน์ ฟังธรรม รักษาศีล ภาวนา โดยเฉพาะที่เป็นวันธรรมสวนะ มีการถือศีลอย่างเคร่งครัด ชาวพุทธบางคนยังถือเอาวันเข้าพรรษาเป็นเวลาแห่งการตั้งกฎบังคับตนเอง เช่น เลิกบุหรี่ หรือ สมาทานศีล 5 ตลอดพรรษาก็มี

กลับไป

 

Nedstat Basic - Free web site statistics