![]() |
|
เด็กที่เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง โดยปกติอายุของเด็กที่เข้าร่วมฉลองในงานนี้จะต่ำกว่า 14 ปี เพื่อเตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ เด็กควรจะมีความขยัน หมั่นศึกษาหาความรู้ ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ มีระเบียบวินัย ขยันขันแข็ง ช่วยเหลือกันและกัน เสียสละ รู้จักสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งรักษาความสะอาดและรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและสาธารณสมบัติ ถ้าหากเด็กตระหนักถึงอนาคนของตนเองและของชาติโดยการปฏิบัติตามที่กล่าวมานั้นก็จะได้ชื่อว่า "เด็กดี" และประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง ในขณะเดียวกันเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของคน ในประเทสจึงได้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในวันจันทร์แรกของเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2498 และถือปฏิบัติเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2506 แต่ตอมาเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน มกราคม เพราะเป็นช่วงหมดฤดูฝนแล้ว และเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย ดังนั้นจึงถือปฏิบัติมาจนถึงวันนี้ ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาตินั้น ทางรัฐบาลได้จัดให้มีคระกรรมการจัดงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน เพื่อจะได้จัดฉลองพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง มีระเบียบวินัย ตระหนักโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง มีระเบียบวินัย ตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไทย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทุกๆปีในวันนี้ พระบาทสมเด็กพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระบรมราโชวาท สมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรงโปรดประทานพระคติธรรม และฯพณฯ นายก รัฐมนตรี จะมอบ คำขวัญวันเด็ก นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดของชาติ เราจึงได้ยินคำพูดบ่อยๆว่า "เด็ก คือ อนาคตของชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ" ดังนั้นเด็กๆจึงควรถามตนเองว่า ตนเป็นเด็กดีหรือไม่ ในวันนี้สถานที่น่าสนใจหลายแห่งเช่น สวนสัตว์ดุสิต กองทัพบก หรือฐานทัพอากาศ ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ต่างก็เปิดให้เด็กๆ เข้าชม ดังนั้นเด็กๆ ต่างก็คอยให้ถึงวันเด็กเร็วๆ กลับไป |